โลกร้อนซ่อนภัยร้าย ความสุขของมนุษย์ ความทุกข์ของโลก

แต่ละปี เราจัดงานรื่นเริง ร่วมกันเฉลิมฉลองสำหรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ใครจะรู้ว่าช่วงเวลาที่กำลังผ่านมา โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เวลาผ่านไป เทคโนโลยีก้าวหน้า ความสะดวกสบายเกิดขึ้นมากมาย ชีวิตประจำวันที่เรียบง่าย ความสบายในแต่ละวัน ที่เราอาจจะไม่รู้เลย ว่าโลกของเรานั้น มีมหันตภัยร้ายที่เป็นผลกระทบจากการที่เราละเลย หรือไม่ได้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภัยเงียบที่เป็นหายนะที่น่ากลัวที่สุดของโลก ภัยร้ายนั้นคือ “ภาวะโลกร้อน

 

ปรากฎการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลก หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกวันอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ หน้าหนาวที่หนาวน้อยลง ฤดูกาลที่ผิดเพี้ยน พายุที่มีเกือบตลอดทั้งปี เกิดหิมะในประเทศเมืองร้อน เกิดไฟป่าในประเทศหนาวเหน็บมีแต่หิมะ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ความร้อนที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่หนึ่งองศา ก็สามารถเกิดภัยพิบัติ หรือการเปลี่ยนแปลงที่ผิดธรรมชาติได้ ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นสัญญาณเตือนภัยที่รุนแรงมาก ทำให้เราต้องตื่นตัวอยู่เสมอว่าโลกเราอยู่ในสภาวะที่อันตราย เป็นสิ่งที่กำลังบอกว่า เราต้องหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น

 

ภาวะโลกร้อน

 

โลกของเรา โดยปกติแล้วจะมีระบบควบคุมอุณหภูมิของสภาพบรรยากาศ รังสีที่มาจากดวงอาทิตย์จะแผ่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และให้ความร้อนแก่โลก พลังงานบางส่วนทำให้โลกอบอุ่น บางส่วนจะลอยกลับสู่นอกโลกในรูปของรังสีอินฟาเรด ซึ่งในภาวะปกติ รังสีอินฟาเรดที่ลอยออกไป บางส่วนจะถูกชั้นบรรยากาศของโลกกักเก็บไว้ตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้อุณหภูมิของโลกอยู่ในระดับที่พอเหมาะ แต่ปัจจุบันโลกของเรามีแก๊สเรือนกระจก เป็นแก๊สที่เก็บความร้อนไว้ส่วนหนึ่ง ซึ่งมีปริมาณของแก๊สเรือนกระจกที่มากกว่าเดิม การที่แก๊สเรือนกระจกมีมากขึ้น ทำให้ความร้อนจะลอยออกนอกโลกน้อยลง ส่งผลให้โลกของเรามีอุณหภูมิที่สูงขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากใครเลย ส่วนใหญ่นั้นล้วนเกิดจากฝีมือมนุษย์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ควันจากโรงงาน ฝุ่นจากท้องถนน หรือแม้แต่ชีวิตประจำวันเรา ที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

 

แต่ไม่เพียงเท่านั้น แม้สังคมจะรู้ว่าโลกเราอยู่ในภาวะที่อันตราย เมื่อโลกร้อนขึ้น คนก็ยังพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ดูเหมือนว่าอาจจะทำให้เราอยู่รอดได้ในสภาวะแบบนี้ อากาศร้อนก็แค่เปิดแอร์ให้บ้านเย็น แต่นั่นยิ่งทำลายชั้นบรรยากาศของโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้อาจจะดูเป็นเรื่องที่น่าเสียใจกับการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวมากขึ้น แต่เราก็สามารถมีส่วนในการร่วมลดปัญหาโลกร้อนได้ ปัจจุบันสถาปัตยกรรมพัฒนามากขึ้น เทคโนโลยีก็ก้าวหน้า ทำให้บ้านหรือที่อยู่อาศัย สามารถช่วยเราในการประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้ ไม่ว่าจะเป็น

 

  • การออกแบบ การวางผังบ้านที่คำนึกถึงทิศทางลมแดด หลักการเดียวกับบ้านเรือนไทยสมัยก่อน ที่ยกใต้ถุน และหลังคาให้สูง ทำให้บ้านมีลักษณะโล่ง โปร่ง ระบายอากาศได้ดี บ้านได้รับลมเย็นสบายได้ โดยไม่ต้องพึ่งแอร์เหมือนปัจจุบัน ยกตัวอย่าง ตัวอาคารของโรงแรม ณ สราญ ที่ออกแบบให้มีช่องลมหลายจุดทั่วโรงแรม เช่น บริเวณบันได หรือระเบียงหน้าห้องพักที่มีช่องลม ไม่ทึบ ตัวอาคารมีลมผ่านเสมอ ทำให้ตึกมีอากาศที่เย็นสบาย
  • หลังคาติดตั้งฉนวนกันความร้อน เกราะชั้นบนสุดของบ้านที่จะได้รับความร้อนจากแสงแดดก่อน คือหลังคา ซึ่งการเลือกวัสดุก่อสร้างก็ช่วยปรับความร้อนที่จะเข้ามาในบ้านของเราได้ แม้การเลือกสีหลังคาให้อ่อนลงจะช่วยให้หลังคาสะท้อนความร้อนได้ดีขึ้น แต่หากเรามีฉนวนกันความร้อนที่ฝ้าเพดานเป็นเหมือนเกราะชั้นที่สอง ก็จะยิ่งช่วยให้บ้านเย็นลงมากกว่าเดิมอีกด้วย
  • ใช้กระจกสีเขียวช่วยตัดแสง ลดความร้อนที่ผ่านเข้ามา แต่บ้านยังคงสว่างเหมือนเดิม ได้ทั้งความเย็น และความสว่างในบ้าน
  • ทาสีในบ้านในโทนสีขาว เพื่อเพิ่มความสว่างในบ้าน ทำให้เราไม่รู้สึกว่าต้องเปิดไฟเพิ่มมากเกินไป
  • ใช้สุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำ เทคโนโลยีพัฒนา ช่วยเราประหยัดได้ส่วนหนึ่ง ทำให้สบายใจได้มากขึ้น
  • ออกแบบห้องน้ำให้ติดผนังด้านนอก หรือแดดสามารถเข้าถึงได้ มีหน้าต่างให้ระบายอากาศ
  • ใช้พลังงานธรรมชาติจากแสงอาทิตย์ ประโยชน์จากโซล่าเซลล์ หรือระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งฟรี เป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมด แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • เครื่องทำน้ำร้อนจากแอร์ ระบบที่สามารถผลิตน้ำร้อนได้ โดยการดึงพลังงานเหลือใช้จากคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศ มาสร้างเป็นน้ำร้อน โดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า
  • แอร์พลังงานแสงอาทิตย์ ระบบแอร์ที่ใช้พลังงานจากแผงโซล่าเซลล์โดยตรง ไม่เสียพลังไฟฟ้าจากตัวแปลงไฟ

 

ระเบียงบ้าน

 

ประเทศต่าง ๆ อาจจะมีแนวทางการช่วยลดภาวะโลกร้อนมากมาย แต่บ้านที่เราอยู่อาศัยสามารถออกแบบ หรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ โดยหลักการใช้พลังงานให้คุ้มค่าที่สุด ใช้ทรัพยากรธรรมาติให้น้อยที่สุด ใช้วัสดุที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างขยะน้อยลง การออกแบบบ้านให้ส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้บ้าน หรือที่อยู่อาศัยของเรามีส่วนร่วมในการช่วยลดภาวะโลกร้อนนี้ได้ง่าย ๆ เพียงเริ่มจากไลฟ์สไตล์การชีวิตในบ้านของเราเนี่ยแหละ ที่จะช่วยโลกเราได้ เริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด คือชีวิตประจำวันในที่อยู่อาศัยของเรา เช่น

 

  • แสงแดดยามเช้า ไม่เพียงแค่ให้วิตามินดี

การเปิดหน้าต่างรับแสงแดดยามเช้ามีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด นอกจากการตื่นนอนมารับอากาศสดชื่นแล้ว แสงแดดเวลากลางวันทำให้บ้านสว่างได้โดยที่เราไม่ต้องเปิดไฟ แถมยังช่วยไล่ความอับชื้น ฆ่าเชื้อโรคในบ้านอีกด้วย

 

แสงแดดตอนเช้า

 

  • หลอดไฟช่วยโลก

ปกติแล้วเราจะชินกับการซื้อของถูก แต่สำหรับหลอดไฟแล้ว เพิ่มราคาสักนิด จะช่วยประหยัดไฟขึ้นเยอะ แค่เปลี่ยนจากหลอดไส้ เป็นหลอดไฟ LED ทั้งประหยัดพลังงาน แถมยังมีอายุการใช้งานที่นานมากขึ้นด้วย แต่แค่เลือกหลอดไฟยังไม่พอ หากเราไม่ได้อยู่ห้องนั้น หรือแสงแดดยังสว่างมากพอ ควรปิดไฟทุกครั้ง ปิดไม่กี่นาทีก็ช่วยโลกได้มาก

 

  • อาบน้ำด้วยฝักบัว ประหยัดกว่าการแช่น้ำ หรือตักอาบ

บางคนอาจจะชอบแช่น้ำตีฟองสวย ๆ สบายกาย รับความสดชื่นเต็มที่ แต่ความเป็นจริงนั้น เป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองทรัพยากรมาก เราควรอาบน้ำแค่แบบฝักบัว ไม่ควรอาบน้ำนานจนเกินไป จะช่วยให้เราประหยัดน้ำไปมากกว่าครึ่ง ควรใช้น้ำร้อนให้น้อยลง เพราะการทำน้ำร้อนนั้นต้องใช้พลังงานในการต้มสูงมาก หากเราลดการใช้น้ำร้อนก็จะช่วยประหยัดพลังงานในการทำน้ำร้อนได้ ถ้าสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเสีย ก็ควรรีบซ่อมแซมให้เร็วที่สุด และควรอาบน้ำให้เร็วขึ้น เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะเสียไป

 

ใช้ฝักบัวอาบน้ำ ลดโลกร้อน
อาบน้ำด้วยฝักบัวประหยัดพลังงานกว่า

 

คนต่างชาติบางกลุ่มตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน จึงหันมารับประทานมังสวิรัติเพื่อลดปริมาณเนื้อสัตว์ เพราะอีกสาเหตุของปัญหาภาวะโลกร้อนนั้น นอกจากการเผาผลาญเชื้อเพลิง การตัดต้นไม้ หรือสาเหตุต่าง ๆ ที่มาจากฝีมือมนุษย์ นั่นคืออุตสาหกรรมปศุสัตว์ เพราะหากเปรียบเทียบแล้ว  การเลี้ยงปศุสัตว์สร้างแก๊สเรือนกระจกมากกว่ามลภาวะจากรถยนต์ รถบรรทุก รถไฟ เรือ เครื่องบินรวมกัน เพราะเกิดการผลิตก๊าซมีเทนมหาศาลจากกระบวนการย่อยอาหาร ซึ่งถ้าเราสามารถลดการรับประทานเนื้อได้ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาลดโลกร้อนได้

 

มังสวิรัติ

 

  • กินข้าวหมดจาน ดื่มน้ำหมดแก้ว ช่วยโลกได้

แม้เศษอาหารจะสามารถย่อยสลายได้ และนำไปเป็นปุ๋ยได้ แต่กว่าจะย่อยสลายนั้น ก็จะเกิดการเน่าเสีย และมีหนู แมลงสาบตามมา แถมในการย่อยสลายเศษอาหารนั้น จะปล่อยแก๊สเรือนกระจกอีกด้วย การเทน้ำเพื่อดื่มในปริมาณที่พอดี จะช่วยประหยัดน้ำได้ เพราะกว่าจะมาเป็นน้ำสะอาดที่เราบริโภคนั้น ต้องผ่านกระบวนการมากมายที่ต้องใช้พลังงาน ทั้งการปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบ การตกตะกอน การกรอง กระบวนการเหล่านี้ โรงงานต้องใช้พลังงานในกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพ และปริมาณตามความต้องการ ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

 

กินข้าวหมดจาน

 

  • ซื้อตุนไว้เยอะ ก็สร้างแก๊สเรือนกระจก

วัตถุดิบในห้องครัว อาหารสำเร็จรูป หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทุกอย่างล้วนแต่มีวันหมดอายุ หากเราซื้อของบางอย่างในปริมาณที่เยอะเกินความเหมาะสม ของเหล่านั้นแหละ ที่กลับมาเป็นขยะที่ทำให้โลกร้อนได้ หรืออาหารเราสามารถทำสดใหม่ได้ ถ้าเราทำเก็บใส่ตู้เย็นไว้แล้วอาหารเกิดบูดเสีย เกิดก๊าซมีเทนจากขยะ และเป็นการสิ้นเปลือง หากของที่เราซื้อมานั้นไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์

 

  • ใช้แก้ว หรือภาชนะถาวร แทนการใช้แก้วพลาสติก การซื้อข้าวกล่อง

บางครั้งในงานเลี้ยง ความสะดวกสบายก็ทำให้เราเลือกที่จะใช้แก้ว หรือจานที่ใช้แล้วทิ้งมากกว่า เพื่อความง่ายในการทำความสะอาด ซึ่งในงานเลี้ยงครั้งหนึ่ง เราก็ต้องใช้จานพลาสติกจำนวนมาก ลดปริมาณขยะด้วยการหันมาใช้แก้ว และภาชนะถาวร เสียเวลาในการล้างสักนิด ช่วยลดขยะไปได้เยอะ หรือแม้แต่การแวะซื้อกาแฟระหว่างทาง เปลี่ยนเป็นการนำแก้วส่วนตัวไปเติมน้ำ การซื้อข้าวกล่องมากินที่บ้าน ก็เปลี่ยนเป็นการนั่งกินที่ร้าน หรือซื้อวัตถุดิบมาทำที่บ้าน หรือเรื่องภาชนะในบ้านเราก็สามารถทำให้เป็นเรื่องสนุกได้ เพราะการเลือกซื้อแก้ว จาน ชาม ช้อน ส้อม ก็ทำให้เราสนุกกับการซื้อของได้ ทั้งลวดลายที่สวยงาม ความภูมิใจในการเลือกซื้อ แถมได้ความสบายใจที่ได้ช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย หรือแม้แต่หลอด เดี๋ยวนี้มีหลอดสแตนเลส ที่ไม่ต้องใช้แล้วทิ้ง แถมมีอุปกรณ์ที่สามารถล้างได้ด้วย ไม่ลำบากแน่นอน

 

ภาชนะใส่อาหาร

 

ภาชนะใส่เค้ก ลดโลกร้อน
ในงานเลี้ยงปาร์ตี้ เราสามารถใช้ภาชนะถาวรในการใส่ขนมเบเกอร์รี่ได้

 

หลอดสแตนเลส ลดโลกร้อน
ใช้หลอดสแตนเลส สามารถล้างได้ ไม่เป็นขยะให้เกิดปัญหาโลกร้อน

 

ลดโลกร้อน

 

  • ใช้ขวดแก้ว ดีกว่าซื้อน้ำขวดพลาสติกครั้งละมาก ๆ

บางคนอาจจะใช้ขวดน้ำพลาสติกซ้ำบ้าง แต่การใช้ขวดแก้ว หรือกระบอกน้ำส่วนตัว จะช่วยเราให้เลี่ยงการใช้ขวดน้ำพลาสติกได้ ขวดน้ำพลาสติก 1 ขวด ใช้เวลาย่อยสลายถึง 1,000 ปี ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมมากเลยทีเดียว

 

ขวดแก้ว ลดโลกร้อน
โรงแรม ณ สราญ เราเลือกใช้ขวดแก้วใส่น้ำดื่มให้แขกผู้เข้าพักเสมอ

 

  • รีฟิล ลดปริมาณขยะ

หากสบู่ หรือน้ำยาต่าง ๆ หมด เรามักจะซื้อขวดใหม่เพื่อเปลี่ยน แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาใช้ขวดเดิมเป็นเวลานานขึ้น แทนการซื้อใหม่เรื่อย ๆ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็ก ใช้ได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ผลิตภัณฑ์รูปแบบซองที่ใช้แล้วทิ้ง ก็จะช่วยลดขยะที่เราต้องทิ้ง เดี๋ยวนี้มีร้านที่เป็น Refill Station เป็นการแบ่งขาย ที่นำขวดมาเติมน้ำยาที่เราต้องการเพื่อลดขยะพลาสติก หรือโรงแรม ณ สราญ จะไม่ใช้สบู่ หรือแชมพูแบบซองที่ใช้แล้วทิ้ง แต่จะเลือกของใช้ในห้องพักเป็นแบบรีฟิล

 

ขวดรีฟิล ลดโลกร้อน
สบู่และแชมพูในขวดรีฟิลของโรงแรม ณ สราญ

 

  • ใช้ผ้าทำความสะอาดแทนการใช้ทิชชู่

การทำความสะอาดด้วยผ้า เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วเราสามารถซักเพื่อใช้งานครั้งต่อไปได้ ลดการตัดต้นไม้จากทิชชู่ได้อีกด้วย

 

  • มีเวลาว่างก็ปลูกต้นไม้

แม้ต้นไม้อาจจะช่วยลดโลกร้อนไม่ได้มาก แต่เราสามารถให้ธรรมชาติช่วยให้ชีวิตประจำวันเราดีขึ้นได้ มีสวนเล็ก ๆ หรือต้นไม้กระถางในบ้าน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี สงบ ให้ความร่มเย็น ช่วยบังแดดลดพลังงานในบ้าน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 

ปลูกต้นไม้ ลดโลกร้อน

 

ปลูกต้นไม้ ลดโลกร้อน

 

  • รดน้ำต้นไม้ จากน้ำฟรี

อยากรดน้ำ แต่กลัวเปลืองน้ำ ก็ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ คือน้ำฝน เราสามารถกักเก็บน้ำฝนไว้ได้ เช่น หาถัง ตุ่ม หรือโอ่ง มาเป็นพาชนะในการเก็บน้ำช่วงหน้าฝน เพื่อนำไปรดน้ำต้นไม้แบบฟรี ๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำ หรือการทำลายทรัพยากรเลย

 

  • ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

บางครั้งเราอาจจะไม่ได้ใส่ใจกับการทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะหากเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่สะอาด มีฝุ่นเกาะ อาจจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานหนักขึ้น ใช้พลังงานมากขึ้น

 

  • จักรยาน

สิ่งเบสิกที่รู้กันดี แต่ใช้ได้จริง ซื้อข้าวแกงปากซอย ก็สามารถนำจักรยานมาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางระยะสั้นได้ ประหยัดน้ำมันไปมาก แถมได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย

 

ปั่นจักรยานไปสถานที่ใกล้เคียง ลดโลกร้อน
ปั่นจักรยานไปสถานที่ใกล้เคียงประหยัดน้ำมันมาก
  • ใช้ถุงผ้า

ทำธุระนอกบ้าน สบายใจในการซื้อของด้วยการใช้ถุงผ้า ทั้งดูดี พกพาง่าย แถมสามารถซักเพื่อใช้ซ้ำได้อีกด้วย ช่วยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก และยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

 

ใช้ถุงผ้า ลดโลกร้อน

 

  • ซื้อของย่านที่ใกล้ ลดมลภาวะจากเครื่องยนต์

หากเราต้องการออกไปซื้อของ การเลือกซื้อของบริเวณที่ใกล้เคียง หรือใช้ของที่ในท้องถิ่น จะช่วยลดมลภาวะจากการขนส่งที่ต้องเดินทางในระยะทางที่ไกลได้ และถ้าเราได้ออกไปซื้อของ ควรเขียนเช็คลิสต์สำหรับซื้อของไว้ว่าต้องซื้ออะไรบ้าง จะได้ไม่ลืม และเราไม่ต้องออกบ้านไปซื้อของหลายครั้ง นอกจากประหยัดน้ำมันแล้วยังช่วยลดมลภาวะที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

 

การรณรงค์ หรือแนวทางระดับประเทศชาติอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว และเราไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่หากเราสังเกตจะพบว่าการประหยัดพลังงานช่วยลดภาวะโลกร้อน สามารถทำได้ในทุกกิจวัตรประจำวันของเราตั้งแต่ตื่นนอน กินข้าว ไปจนถึงเราออกไปข้างนอก แม้จะไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาในทางตรง แต่เราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโลกได้ เพราะต้นไม้ก็ไม่สามารถช่วยเราไปได้ตลอด ภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องที่เราเองเพิ่งรู้ แม้อาจจะยากในการหยุดปัญหานี้ แต่มันก็ไม่ยากเกินไปที่เราจะทำ เป็นเรื่องง่าย ๆ ทำได้ในทุกวันโดยไม่ต้องรอกิจกรรม

 

โรงแรม ณ สราญใส่ใจในปัญหาภาวะโลกร้อน เราจึงมีส่วนในการใช้ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน บำบัดน้ำเสียด้วยเครื่องดักไขมันทำให้ท่อไม่อุดตัน ไม่ทิ้งสิ่งที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม การปรับสภาพแวดล้อมในอาคารให้มีอากาศถ่ายเท เย็นสบาย ทำให้คุณได้สบายใจได้เลยว่า โรงแรมของเราได้เป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนการรักษ์โลก หรือยึดถือเป็นแนวทางในการบริหารการจัดการโรงแรม

 

 

ภาวะโลกร้อน

 

รู้หรือไม่ ?

 

  • พบพื้นที่ในทะเลที่ไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้ มากกว่า 400 จุด ในแถบทวีปอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย
  • จำนวนพายุเฮอร์ริเคนมีความถี่มากขึ้น และรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ทะเลทรายแสนร้อนระอุ อย่าง “ทะเลทรายซาฮารา” ที่มีอุณหภูมิตอนกลางวันถึง 37 องศาเซลเซียส แต่กลับมีหิมะตกในบางพื้นที่ เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
  • เมื่อโลกร้อนขึ้น ทำให้สภาพอากาศเหมาะสมแก่การฟักตัวของเชื้อโรค และศัตรูพืชมากขึ้น รวมถึงแหล่งน้ำมีคุณภาพแย่ลง เกิดโรคระบาด และส่งผลต่อสุขภาพมากขึ้น
  • ประเทศแอลจีเรีย มีอุณหภูมิที่สูงขึ้นถึง 51.3 องศาเซลเซียส กลายเป็นประเทศที่ร้อนที่สุดในแอฟริกา
  • อากาศร้อนขึ้น ฝนไม่ตก เกิดภาวะแห้งแล้ง พืชผลไม่ขึ้น ต้นไม้ล้มตาย เกษตรกรไม่สามารถทำการเกษตรได้ นำไปสู่สภาวะขาดแคลนอาหาร
  • พื้นถนนคอนกรีตแตก และยกตัวจากความร้อน ทำให้การเดินทางคมนาคมประสบปัญหา
  • เกิดไฟป่าในเขตพื้นที่ขั้วโลกเหนือ ดินแดนที่มีน้ำแข็ง และหิมะปกคลุม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.