เรื่องดี ๆ ของมังสวิรัติ อาหารตามสั่งที่ไม่ตามใจฉัน มื้อที่มากกว่าแค่เปลี่ยนเนื้อสัตว์เป็นผัก

ร่างกายของมนุษย์เราต้องการสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเราจะให้ความสำคัญกับเนื้อสัตว์ที่เป็นแหล่งโปรตีน และจะพบในทุกมื้ออาหารที่เรารับประทานเสมอ แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่เลือกรับประทานผัก และผลไม้เป็นประจำ แล้วใช้โปรตีนจากแหล่งอื่นนอกเหลือจากเนื้อสัตว์เป็นพลังงานทดแทนให้กับร่างกาย ซึ่งเราเรียกว่าเป็นการรับประทานแบบ “มังสวิรัติ” ที่ปัจจุบันมีจำนวนของผู้ที่รับประทานมังสวิรัติในสังคมเพิ่มมากขึ้น บางคนอาจคุ้นเคยกับการรับประทานมังสวิรัติในเทศกาล หรือคนที่อยากดูแลสุขภาพ ต่างก็เลือกรับประทานมังสวิรัติ แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่เคยรับประทาน อาจจะรู้สึกว่าการงดเนื้อสัตว์นั้นเป็นเรื่องยาก ทั้งเรื่องการสั่งอาหาร หรือหาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ อาจจะกลายเป็นการสร้างความลำบากในชีวิตประจำวันมากขึ้นสำหรับบางคนก็เป็นได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นการรับประทานมังสวิรัติก็เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย คุ้มค่ากับการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคุณอย่างแน่นอน

 

เราต่างก็มีเหตุผลมากมายที่อยากจะเริ่มต้นรับประทานมังสวิรัติ ซึ่งการจะเริ่มต้นนั้นบางทีมันก็ดูยากเกินไป แต่ถ้าหากเราได้ทำความเข้าใจกับมังสวิรัติแล้ว อาจจะช่วยให้เรามองการรับประทานมังสวิรัติเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นก็ได้ และอาจจะเป็นคำตอบที่ดีให้กับสุขภาพของคุณก็ได้

 

Vegetarian (Veggie) หรือ มังสวิรัติ ในภาษาไทย คำว่า “มังสะ” แปลว่า เนื้อสัตว์ และคำว่า “วิรัติ” แปลว่า การงดเว้น ตามความหมายแล้ว “มังสวิรัติ” จะแปลว่า การงดเว้นเนื้อสัตว์ ส่วนภาษาอังกฤษนั้น Vegetarian จะมีความคล้ายคลึงกับคำว่า Vegetables ที่แปลว่าผัก และมีรากศัพท์มาจากภาษาละติน คือ เวเจทัส (Vegetus) ที่แปลว่า ความสมบูรณ์ดีพร้อม เป็นคำที่ใช้ในการอธิบายคุณสมบัติของพืช จึงนำมาใช้กับ Vegetarian แปลว่า ผู้ที่รับประทานพืชผัก และผลไม้ แต่ละเว้นจากการนำสัตว์ทุกชนิดมาเป็นอาหาร หรือสรุปให้เข้าใจง่าย มังสวิรัติ คือ ผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์นั่นเอง

 

อาหารมังสวิรัติ

 

Vegetarian vs Vegan

 

เป็นเรื่องที่สับสนกันมานานกับชื่อเรียก ส่วนใหญ่เราจะมักคุ้นหูกับชื่อ “มังสวิรัติ” กับ “เจ” จริง ๆ แล้วมันแตกต่างกันยังไง

 

ความจริงแล้ว ผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ต่างก็เรียกเหมือนกันว่า “มังสวิรัติ” เพียงแต่แต่ละชื่อนั้นจะมีรายละเอียดในการเลือกรับประทานที่แตกต่างกันออกไป

 

Vegetarian (Veggie) – คนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ และปลา เน้นรับประทานผักผลไม้ และกินนม ไข่ เนย โยเกิร์ต น้ำผึ้ง เจลาติน ยีสต์ ชีส ถั่ว ธัญพืช รวมถึงข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือข้าวกล้องข้าวซ้อมมือ ขนมปังที่ได้จากข้าวสาลีที่ไม่ขัดสี หรือขนมปังโฮลวีท

 

Vegan (Pure Vegetarian) – คือมังสวิรัติที่ปฎิบัติเคร่งครัดกว่า Vegetarian ไม่รับประทานอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ผ่านกระบวนการผลิตที่มาจากสัตว์ เช่น น้ำตาลฟอกขาวที่ใช้กระดูกในการฟอก ไม่รับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีไข่ และนมเป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น น้ำผึ้ง เจลาติน ยีสต์ น้ำตาลขัดขาว ไม่รับประทานอาหารจำพวกกระเทียม หัวหอม และเห็ดชนิดต่าง ๆ ทุกชนิด เพราะมีความเชื่อว่าเห็ดเป็นพื้นชั้นต่ำ เติบโตในที่มืด มีส่วนในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ รับประทานแค่ผัก ผลไม้ ธัญพืช เมล็ดพืช และถั่ว

 

ข้าวไม่ขัดสี

 

ซึ่ง Vegan นั้นอาจจะมีความใกล้เคียงกับคำว่า “เจ” มากที่สุด ในภาษาอังกฤษนั้นจะมีการจำกัดความที่ชัดเจน แต่ในภาษาไทยนั้น ถูกนำมาปรับใช้ และเพิ่มรายละเอียดบางอย่างในการรับประทานมากขึ้นอีก หรือในด้านศาสนาที่ได้รับคำสั่งสอนมากมายไม่ให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อาจจะเรียกอีกอย่างได้ว่า “Buddhist Vegetarian” คือ Vegan ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ หรือเป็นผู้ที่กินผักอย่างเคร่งครัด งดอาหารรสจัด ไม่เสพสิ่งเสพติด รวมถึงผักฉุน 5 ประเภท คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ บางคนอาจจะไม่ใช้ถ้วยร่วมกับผู้ที่ไม่รับประทานเจ มีการหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ ทั้งเสื้อผ้าขนสัตว์ ผ้าไหม เครื่องหนัง รองเท้า กระเป๋า ที่นอนขนเป็ดขนห่าน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณจากไขมันสัตว์ เครื่องสำอางที่ทดลองมาจากสัตว์ หรือแม้แต่การสักลวดลายลงบนผิวหนัง เพราะในน้ำหมึกมีส่วนผสมของไขมันสัตว์ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดระยะเวลาในการกินที่ชัดเจน และอาจมีการรักษาศีล ทั้งกาย วาจา และจิตใจให้บริสุทธิ์ร่วมอีกด้วย

 

รักษาศีล ให้ใจบริสุทธิ์

 

แต่นอกจากที่เราจะสามารถแยกระหว่าง Vegetarian กับ Vegan ได้แล้ว อาหารของมังสวิรัติก็ยังถูกแบ่งแยกตามประเภทของการรับประทานไปได้อีก ดังนี้

 

มังสวิรัติแบบกินนม กินไข่ (Lacto-Ovo Vegetarians) คือไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แต่สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ได้

 

มังสวิรัติแบบกินนม (Lacto Vegetarians) – คือไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แต่สามารถรับประทานนม และผลิตภัณฑ์จากนมได้

 

มังสวิรัติแบบกินนม

 

มังสวิรัติแบบกินไข่ (Ovo Vegetarians) – คือไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แต่สามารถรับประทานไข่ได้

 

กึ่งมังสวิรัติ (Semi-Vegetarian) หรือมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น (Flexitarian) – ผู้ที่เลือกรับประทานเนื้อสัตว์เป็นบางครั้ง หรือรับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยที่สุด ส่วนใหญ่มักจะรับประทานเนื้อสัตว์ไม่เกิน 3 ครั้ง/สัปดาห์ หรืออาจจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ คือเนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อหมู เนื้อไก่ และเป็ด แต่เลือกรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะเป็นสัตว์เล็กในน้ำ เช่น ปลา และหอย ซึ่งปัจจุบันมีผู้คนนิยมกินมังสวิรัติประเภทนี้มาก เนื่องจากรับประทานได้ง่ายกว่าประเภทอื่น

 

มังสวิรัติแบบแมคโครไบโอติก (Macrobiotic Diet) มาจากภาษากรีกแปลว่า การมีชีวิตที่ยืนยาว โดยจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์ เน้นการกินธัญพืชต่าง ๆ และเนื้อปลา ยึดหลักการกินอาหารตามความเชื่อที่เน้นความเป็นธรรมชาติ และการรักษาสมดุลของหยินหยาง ใช้วัตถุดิบตามธรรมชาติ เลี่ยงการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่การเพาะปลูกจนเสร็จออกมาเป็นอาหารหนึ่งมื้อ อาหารประเภทนี้อาจจะเป็นผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว กะหล่ำ เห็ด ฟักทอง อาหารทะเลสด หรือผักจากทะเลเป็นต้น

 

มังสวิรัติผลไม้ (Fruitarian) – นักกินผลไม้ หรือผู้ที่รับประทานเฉพาะผลไม้เท่านั้น

 

มังสวิรัติผลไม้

 

มังสวิรัติพืชสด (Raw Vegan) – คือไม่รับประทานเนื้อสัตว์ รับประทานเฉพาะผัก และผลไม้สด ๆ ที่ไม่ผ่านความร้อน เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารอย่างเต็มเปี่ยม รวมถึงไม่ผ่านการปรุงอาหารอีกเช่นกัน

 

มังสวิรัติแบบกินปลา (Pescatarian) – คือไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แต่รับประทานปลา รวมถึงอาหารทะเล เพราะปลายังมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพอยู่ เช่น น้ำมันชนิดดี หรือโอเมก้า 3

 

มังสวิรัติแบบกินปลา

 

มังสวิรัติแบบกินสัตว์ปีก (Pollo-vegetarian) – คือรับประทานเนื้อสัตว์ประเภทไก่ หรือสัตว์ปีกอื่น ๆ ด้วยเป็นบางครั้ง

 

มังสวิรัติแบบกินสัตว์ปีก

 

จากประเภทของมังสวิรัติที่ดูมีมากมายหลายรูปแบบ ดูยากขึ้นหากจะต้องเลือกรับประทาน การใช้ชีวิตประจำวันปกติที่สั่งอาหารตามสั่งตามป้ายเมนูตามร้านข้างทางทั่วไปอาจจะง่ายกว่า แต่มังสวิรัติยังมีสิ่งดี ๆ ที่เป็นเหตุผลของคนส่วนใหญ่ว่าทำไมเขาถึงเลือกรับประทานแบบมังสวิรัติ ?

 

ความรู้สึก แรงจูงใจทางศีลธรรม

 

เมื่อคิดว่าหมูที่ถูกนำมาทำเป็นสเต็กหมู ที่เราสั่งกันเป็นประจำนั้น มาจากการถูกเลี้ยงดู ถูกขนส่งในสภาพอันไร้ความเมตตา แล้วก็ถูกนำมาฆ่า หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการปรุงอาหารจนมาเสิร์ฟเป็นสเต็กหมูจานนี้ ความรู้สึกสงสารสัตว์ที่ต้องถูกฆ่า หรือการทารุณกรรมสัตว์ในกระบวนการผลิต คิดทีไรก็ปวดใจทุกครั้ง สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้คนเลือกรับประทานมังสวิรัติเพื่อความสบายใจ เมื่อสุขภาพจิตดี หน้าตาก็พลอยแจ่มใสไปด้วย

 

หมู

 

ศาสนา

 

ในประเทศอินเดีย จะปฏิบัติตนเป็นผู้เคร่งครัดในการรับประทานอาหารมังสวิรัติ โดยมีคำสอนของศาสนาฮินดูที่เน้นเรื่องหลัก อหิงสา คือการไม่เบียดเบียนผู้อื่น และยังเชื่อว่าสัตว์ทุกชนิดมีสัญชาติญาณของตนเอง และการรับประทานเนื้อสัตว์จะทำให้เราก้าวร้าว มีอารมณ์รุนแรง โกรธ หรือฉุนเฉียวได้ง่ายเหมือนสัตว์ ชาวฮินดูเชื่อว่าอาหารมังสวิรัตินั้นมีความบริสุทธิ์ ช่วยให้จิตใจมีความสงบสุข และเยือกเย็น มีความเมตตาปราณี

 

สุขภาพดี

 

สุขภาพ

 

หากเปรียบเทียบเรื่องประโยชน์ด้านสุขภาพระหว่างเนื้อสัตว์ กับผักผลไม้ แน่นอนว่าทุกคนต้องตอบว่าผักผลไม้ ที่ส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่า แถมยังช่วยให้ร่างกายห่างไกลจากโรคมากขึ้นอีกด้วย การรับประทานมังสวิรัติ เราจะได้ประโยชน์จากสารอาหารหลายด้าน เช่น

 

  • ร่างกายขับสารพิษ ร่างกายเราไม่สามารถดูดซึมโปรตีนจากสัตว์ได้ทั้งหมด ทำให้เกิดการหมักบูด เปลี่ยนไปเป็นสารเคมีกลิ่นเหม็น เมื่อเดินทางถึงลำไส้ใหญ่ กระบวนการดูดซึมน้ำกลับสู่ร่างกายจะพาสารพิษเหล่านี้กลับมาด้วย สารเหล่านี้เองที่เป็นสาเหตุของอาการหืดหอบ ภูมิแพ้ ไปจนถึงมะเร็งในลำไส้ใหญ่ อาหารมังสวิรัติมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า และมีใยอาหารมากซึ่งช่วยล้างพิษ ล้างลำไส้ในร่างกายตามธรรมชาติให้สะอาดได้
  • อายุยืนยาว จากการศึกษาชาวญี่ปุ่นกว่า 600 คน ที่มีอายุยืนกว่า 100 ปี พบกว่าที่มีอายุยืนได้เพราะเลือกรับประทานอาหารแคลอรี่ต่ำ มีกากใยสูงอย่างผัก และผลไม้
  • ขับถ่ายคล่องสบาย กระเพาะของเราย่อยผักผลไม้ได้ง่าย และใช้เวลาในการย่อยน้อยกว่าเนื้อสัตว์มาก การรับประทานมังสวิรัติจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานสบายขึ้น
  • หลับสบายท้อง นอกจากขับถ่ายคล่องแล้ว ในผักผลไม้ยังมีไฟเบอร์หรือเส้นใย ในขณะที่เนื้อสัตว์แทบไม่มีเลย ผักผลไม้จึงช่วยลดของเสียตกค้างในร่างกาย ทำให้เราไม่มีอาการท้องอืดขณะนอนหลับ  
  • ผิวสวยหน้าใส เราจะได้รับวิตามินซี และอีจากผักผลไม้ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ซึ่งวิตามินซีมีหน้าที่สำคัญในการสังเคราะห์เส้นใยคอลลาเจน ทุกเซลล์ในร่างกายต้องมีเส้นใยนี้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง นอกจากผิวสวยแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

 

อาหารมังสวิรัติ

 

สิ่งแวดล้อม

 

นอกจากการที่สัตว์ถูกฆ่ามาเป็นอาหารในจานของเราแล้ว เบื้องหลังของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่น้อย ต้องใช้พื้นที่จำนวนมหาศาลในการเพาะปลูกพืชเพื่อนำมาเป็นอาหารให้สัตว์ จากข้อมูลของ FAO บอกว่าพื้นที่ 1 ใน 4 ของโลกถูกนำไปเป็นพื้นที่ในการปลูกพืชให้สัตว์ และเป็นพื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์ เกิดการตัดต้นไม้ หรือเผาที่ดินบ้าง เพื่อให้ได้ที่ดินนั้นมา แถมยังมีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก การใช้น้ำปริมาณมหาศาลในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ สารคดีเรื่อง “Cowspiracy: The Sustainability Secret” สารคดีที่บอกว่าโลกร้อนที่เกิดขึ้น สาเหตุหลักมาจากอุตสาหากรรมปศุสัตว์ สารคดีนี้เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า การผลิตเนื้อสัตว์สำหรับแฮมเบอร์เกอร์ใน 1 ชิ้น ต้องใช้น้ำมากถึง 2,500 ลิตร หรือปริมาณน้ำที่เราใช้อาบประมาณ 2 เดือน คิดเป็น 55% สำหรับการปศุสัตว์ ในขณะที่การใช้น้ำในครัวเรือนคิดเป็นเพียง 5% เท่านั้น เมื่อผู้คนมีความต้องการบริโภคที่มากขึ้นก็เกิดผลกระทบเหล่านี้ตามมา ซึ่งเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนทั้งโลกได้ ชาวมังสวิรัติจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการทำลายทรัพยากรน้อยลง  

 

โปสเตอร์สารคดีเรื่อง "Cowspiracy: The Sustainability Secret"
Cowspiracy: The Sustainability Secret (2557)

 

พื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์

 

ปัจจุบันมีผู้คนหันมารับประทานมังสวิรัติมากขึ้น ซึ่งกลุ่มคนที่เลือกรับประทานมังสวิรัตินั้นจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีอายุอยู่ในช่วง 15-34 ปี เป็นวัยที่มีการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ ซึ่งเมื่อกลุ่มนี้มีมากขึ้น เกิดความนิยมมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมอาหารเปิดกว้างมากขึ้น มีการผลิตอาหารเพื่อตอบสนองกลุ่มคนมังสวิรัติมากขึ้น ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่หาง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก

 

ก้าวแรกสู่มังสวิรัติ

 

หากเราอยากเริ่มต้นรับประทานมังสวิรัติแล้วไม่รู้ว่าควรเริ่มยังไง ควรค่อย ๆ ปรับตัวเข้าสู่การรับประทานแบบมังสวิรัติ ค่อย ๆ ลดปริมาณในการรับประทานเนื้อสัตว์ลง แล้วเข้าสู่ก้าวแรกของการเป็นมังสวิรัติ นอกจากนี้เรายังมีข้อแนะนำอื่นที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นในการเป็นมังสวิรัติได้

 

  • สามารถเริ่มได้จากมังสวิรัติประเภท Flexitarian, Pescatarian หรือ Pollovegetarian
  • ควรเลือกรับประทานเมนูที่หลากหลาย และรับประทานในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วน
  • โปรตีนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรรับประทานโปรตีนให้เพียงพอ ซึ่งได้จากอัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน ถั่วแดง ลูกเดือย ถั่วทอง ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วฝัก ผลิตภัณฑ์จากนมถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากนมวัว และไข่
  • หากเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มังสวิรัติ ควรอ่านฉลากอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่ามีส่วนผสมตรงกับกฏการรับประทานของคุณหรือไม่ หรือไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตจากสัตว์จริง ๆ
  • ควรถามร้านอาหารถึงวัตถุดิบในการประกอบอาหารให้แน่ชัด บางครั้งร้านอาหารอาจจะไม่ได้เข้าใจกฏการรับประทานของคุณ หรือควรระบุเจาะจงสิ่งที่คุณรับประทานให้ชัดเจน
  • อาหารสำเร็จรูป หรือผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจจะมีราคาที่สูง เราอาจจะเลือกทำอาหารมังสวิรัติด้วยตัวเองได้เพื่อความประหยัด และความมั่นใจ ซึ่งปัจจุบันก็มีเมนูอาหารมังสวิรัติแนะนำมากมาย ที่สามารถนำมาเป็นไอเดียในการทำอาหารได้
  • ลองหาอาหารที่ทำเลียนแบบ ซึ่งอาหารทั่วไปมักจะมีเนื้อสัตว์เป็นวัตถุดิบเพิ่มความอร่อย แต่ก็มีวัตถุดิบที่สามารถแทนเนื้อสัตว์ได้ นำมาเพิ่มความอร่อยให้เมนูอาหารของเราได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เทมเป้ (Tempeh) ที่ทำจากถั่วเหลืองหมัก, Seitan ที่ทำมาจากกลูเตนข้าวสาลี จะมีรสชาติอ่อน ๆ และมีเนื้อสัมผัสที่เหมือนเนื้อสัตว์, เต้าหู้จากก้อนนมถั่วเหลือง, ควอร์น (Quorn), แฮมเบอร์เกอร์ที่ทำมาจากถั่ว, ฮอทดอกถั่วเหลือง, ชีสที่ทำจากถั่วเหลือง
  • มังสวิรัติช่วยให้ลดน้ำหนักได้ แต่หากเลือกอาหารไม่ถูกก็ส่งผลต่อน้ำหนักได้ อาหารมังสวิรัตินอกจากมีชนิดอาหารที่น้อยแล้ว ยังมีแคลอรี่ที่น้อยอีกด้วย แต่ก็สามารถทำให้เราอ้วนได้ เพราะการรับประทานอาหารมังสวิรัติอาจจะไม่มีรสชาติที่ดีมาก บางคนจะปรุงอาหารให้มีรสชาติที่อร่อยมากขึ้น หรือการทำให้อาหารรับประทานง่ายขึ้น เช่น อาหารพวกแป้ง ของทอด หากรับประทานในปริมาณที่ไม่พอเหมาะก็สามารถทำให้น้ำหนักของเรามากขึ้นได้อีกด้วย

 

ทำอาหารมังสวิรัติด้วยตัวเอง

 

นอกจากรับประทานมังสวิรัติให้ถูกต้องตามสิ่งที่คุณตั้งไว้แล้ว เราควรใส่ใจในสารอาหารที่เหมาะสมอีกด้วย เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร ซึ่งเราอาจจะขาดสารอาหารที่ได้จากเนื้อสัตว์บางชนิด นม หรือไข่ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่เราก็สามารถปรับความสมดุลด้วยการหาสารอาหารบางอย่างเพื่อทดแทนให้กับร่างกายได้ เช่น

 

  • วิตามินบี 12 – ได้มาจากเนื้อสัตว์ ไข่ และนม หากขาดวิตามินบี 12 แล้ว ก็เสี่ยงต่อระบบประสาท หรือโลหิตจางได้ ควรรับประทาน ซีเรียล ยีสต์ อาหารที่มีถั่วเหลือง อาหารเสริม หรืออาหารสำเร็จรูปที่มีฉลากเสริมวิตามินบี 12
  • ธาตุเหล็ก – หากขาดแล้วอาจจะเกิดโรค “Amrnorrhea” ที่พบในสตรี ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ควรรับประทานธัญพืช ลูกพรุน ผลไม้แห้ง ถั่ว ผักโขม บรอกโคลี กะหล่ำปลี ผักกาดหอม น้ำมะเขือเทศ กากน้ำตาล โหระพา ขนมปังข้าวสาลี
  • สังกะสี – การขาดสังกะสีมักเกิดในคนที่รับประทานถั่วดิบ หรือมักพบใน ถั่วฝักยาวดิบในส้มตำ ควรรับประทาน ธัญพืช จมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง วอลนัท ถั่วแระ เมล็ดแฟลกซ์ หรือน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันคาโนลา และผักโขม
  • โอเมกา 3 – ได้จากปลา และไข่ ควรรับประทาน สาหร่าย น้ำมันถั่วเหลือง หรืออาหารที่มี ALA ซึ่งควรได้รับ 1.10 กรัมต่อวัน

 

อาหารมังสวิรัติ

 

แม้มังสวิรัติจะมีการเลือกรับประทานหลากหลายรูปแบบ บางคนอาจจะสามารถรับประทานมังสวิรัติได้เพียงไม่กี่วัน หรือแค่ช่วงเทศกาลที่กำหนด แต่หากเราสามารถปฏิบัติได้นาน และถูกต้อง สิ่งหนึ่งที่จะได้รับเหมือนกันคือสุขภาพกายที่ดี และสุขภาพจิตที่สดใส นอกจากการดูแลสุขภาพผ่านอาหารแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และควรดื่มน้ำให้มาก ๆ ด้วยนะคะ

 

โรงแรม ณ สราญให้ความสำคัญกับอาหารของลูกค้าคนสำคัญอย่างคุณ ทางเรามีอาหารเช้าให้กับแขกที่มาพัก ดังนั้นคุณสามารถแจ้งล่วงหน้าได้ว่ารับประทานอาหารแบบไหน ซึ่งเราก็มีอาหารแบบมังสวิรัติให้คุณได้เลือกรับประทานด้วยเช่นเดียวกันนะคะ 🙂

 

MAP Nasaraan
ภาพแผนที่บริเวณโรงแรม ณ สราญ และสถานที่อื่น ๆ ใกล้เคียง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.